Home > ข้อบังคับสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย
 
 
ข้อบังคับสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย
 

          

ฉบับแก้ไขปี ๒๕๔๙

 

หมวด ๑

ข้อความทั่วไป

 

ข้อ ๑       ชื่อของสมาคมนี้ ให้เรียกว่า สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทยใช้อักษรย่อว่า ...” แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Social Science Association of Thailand” ใช้อักษรย่อว่า “SSAT”

 

ข้อ ๒       สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ ณ ๗๗/๒๐๑๒๐๒ ชั้น ๑๗ อาคารราชเทวีทาวเวอร์ ถนนพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐

 

ข้อ ๓       วัตถุประสงค์ของสมาคม มีดังนี้

.  เพื่อส่งเสริมการศึกษา การวิจัย อันเป็นประโยชน์ต่อความก้าวหน้าแห่งวิชาการทางสังคม

ศาสตร์ และเพื่อนำมาพิจารณาแนะนำแก้ปัญหาในทางสังคม โดยอาศัยหลักสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมเป็นมูลฐาน

.  เพื่อส่งเสริมให้ประชากรในประเทศไทย มีความสนใจในภารกิจทางสังคม และเพื่อสนับสนุน

อุดมคติและหลักการของสหประชาชาติ

.  เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรม มิตรภาพ และความเข้าใจระหว่างสมาชิกด้วยกัน และระหว่าง

สมาชิกกับบุคคลภายนอก สมาคมจะเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานเกี่ยวกับวิชาการทางสังคมศาสตร์ภายในประเทศและระหว่างประเทศ

.  เพื่อโฆษณาเผยแพร่  แลกเปลี่ยนข่าวสารและความรู้ทางสังคมศาสตร์

.  เพื่อดำเนินงานด้านสาธารณกุศลในการพัฒนาสังคมไทย

.  เพื่อทำหน้าที่สื่อประชาสัมพันธ์สำหรับกิจการด้านวิชาการและกิจการสาธารณกุศล

.  สมาคมจะไม่ดำเนินการใด ๆ เพื่อการรณรงค์ทางการเมือง เพื่อพรรคการเมืองใด หรือกลุ่ม

การเมืองใด

 

ข้อ ๔       วัตถุประสงค์ของสมาคมอยู่ในขอบเขตแห่งความหมายของคำว่า สังคมศาสตร์ซึ่งตามหลักสากลนิยม หมายความรวมถึง มานุษยวิทยา (Social Anthropology) รัฐศาสตร์ (Political Science) เศรษฐศาสตร์ (Economics) และ สังคมวิทยา  (Sociology) และวิชาอื่นตามพัฒนาการแห่งวิชาการนี้ ตลอดจน สาขาวิชาชีพอื่น ที่มีความสนใจด้านการสร้างสรรค์สังคม หรือนำความรู้ในสาขาวิชาของตน สร้างประโยชน์ให้กับสังคม

 

 

 

 

หมวด 

สมาชิกภาพ

 

ข้อ ๕       สมาชิกของสมาคม มี    ประเภท  คือ

                . สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติคุณในสังคมศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาชิกประเภทนี้ได้รับการยกเว้นจากการเสียค่าบำรุง

                . สมาชิกอุปการะ  ได้แก่ บุคคลผู้ส่งเสริมกิจการของสมาคม โดยได้สละทรัพย์สินเป็นการอุปการะแก่กิจการของสมาคม และคณะกรรมการเชิญเป็นสมาชิกอุปการะ สมาชิกประเภทนี้ได้รับการยกเว้นจากการเสียค่าบำรุง

                . สมาชิกตลอดชีพ  ได้แก่ บุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมือนสมาชิกสามัญ     ซึ่งได้ชำระเงินค่าบำรุงคราวเดียวเพื่อการเป็นสมาชิกตลอดชีพ และคณะกรรมการได้พิจารณารับเป็นสมาชิกตลอดชีพ

                . สมาชิกสามัญ  ได้แก่ บุคคลผู้สำเร็จการศึกษาในทางสังคมศาสตร์ สาขาใดสาขาหนึ่ง หรือบุคคลผู้มีอาชีพหรือตำแหน่งหน้าที่ทางสังคมศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง และคณะกรรมการได้พิจารณารับเป็นสมาชิกสามัญ หรือบุคคลที่สำเร็จการศึกษาและประกอบอาชีพในศาสตร์อื่น ๆ แต่มีความสนใจที่จะนำความรู้ในสาขาที่ตนเชี่ยวชาญ มาสร้างประโยชน์ให้กับวงการวิชาการสังคมศาสตร์หรือสังคมไทย

. สมาชิกนิสิต  ได้แก่ นิสิตหรือนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือแห่งสถาบันการศึกษาอื่นในประเทศไทย หรือนักศึกษาระดับอุดมศึกษาสัญชาติไทยที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาต่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า เป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูง

. สมาชิกองค์การ ได้แก่ องค์การ คณะบุคคล หรือสถาบันใด ๆ ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์อยู่ในแนวเดียวกับข้อ ๔ แห่งข้อบังคับนี้ และคณะกรรมการได้พิจารณารับเป็นสมาชิกองค์การ

การเป็นสมาชิกของสมาคม จะพึงเป็นได้แต่ประเภทเดียว

 

ข้อ ๖       ผู้ใดประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกของสมาคม เว้นแต่สมาชิกกิตติมศักดิ์และสมาชิกอุปการะ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบและวิธีการที่สมาคมจะได้กำหนดไว้

                               

ข้อ ๗       ค่าบำรุงให้เป็นไปตามระเบียบของสมาคม ที่ได้รับการรับรองโดยผ่านมติคณะกรรมการ

 

ข้อ ๘       สิทธิของสมาชิก  มีดังนี้

.  สิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม

.  สิทธิเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการหรือการประชุมฟังปาฐกถาของสมาคม

.  สิทธิเข้าร่วมการประชุมใหญ่ และการอภิปรายในปัญหาหรือญัตติใด ๆ แต่จะลงคะแนน

เสียงได้ก็เฉพาะสมาชิกตลอดชีพ สมาชิกสามัญ หรือสมาชิกองค์การเท่านั้น

.  สมาชิกตลอดชีพและสมาชิกสามัญเท่านั้น มีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการของสมาคม

.  สิทธิได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนไปต่างประเทศ

.  สิทธิที่จะได้รับทุนของสมาคมหรือทุนที่สมาคมได้รับมา เพื่อไปศึกษาวิชาหรือกิจการทาง

สังคมศาสตร์ตามระเบียบการ และเงื่อนไขของสมาคมที่จะได้กำหนดไว้

.  สิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสมาคม

.  สิทธิใช้ห้องสมุด การใช้สโมสรของสมาคมเป็นที่สังสรรค์และเล่นกีฬา รวมทั้งสิทธิอื่น ๆ

ตามระเบียบการที่สมาคมกำหนดไว้

.  สิทธิในการเป็นสมาชิกแลกเปลี่ยนระหว่างสมาคมสังคมศาสตร์ในต่างประเทศ

 

ข้อ ๙       หน้าที่ของสมาชิก  มีดังนี้

                                สมาชิกทุกประเภทจะต้องส่งเสริมวัตถุประสงค์ของสมาคมและป้องกันรักษาเกียรติคุณของสมาคมไว้ โดยสมาชิกทุกคนพึงปฏิบัติตนในทางที่ดีงาม และไม่อาศัยชื่อของสมาคมปฏิบัติการใด ๆ ในทางการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

 

ข้อ ๑๐    สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงดังนี้

ก.       ตาย  ส่วนสมาชิกองค์การเมื่อเลิกล้ม

ข.       ลาออก

ค.       ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม และคณะกรรมการได้มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของกรรมการที่มาประชุม โดยแจ้งเป็นหนังสือต่อสมาชิกผู้นั้นก่อนมีการประชุมนั้นอย่างน้อย ๑๐ วัน เพื่อให้มีโอกาสมาชี้แจงต่อคณะกรรมการ

ง.        มีความประพฤติเสียหายอย่างร้ายแรง ซึ่งที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากสมาชิกภาพโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่มาประชุม

จ.       กระทำผิดทางอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือกระทำผิดอันได้กระทำโดยประมาท

ฉ.       หมดสิ้นสถานภาพตามวาระของประเภทสมาชิก

 

ข้อ  ๑๑   เพื่อดำเนินการตามความในหมวดนี้ คณะกรรมการอาจกำหนดระเบียบการของสมาคมขึ้นไว้

 

หมวด ๓

วิธีบริหารสมาคม

 

ข้อ ๑๒    การบริหารงานของสมาคมให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ

 

ข้อ ๑๓  กำหนดให้มีจำนวนคณะกรรมการบริหารสมาคมไม่น้อยกว่า ๑๕ คน แต่ไม่เกิน ๓๐ คน

 

ข้อ ๑๔  การคัดสรรคณะกรรมการสมาคมมาจาก ๒ ส่วน ได้แก่ เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่จำนวน ๑๕ คน และมาจากการแต่งตั้ง

                                ในการเลือกตั้งคณะกรรมการจากการประชุมใหญ่ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจำนวน ๑๕ คน

                                คณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่จำนวน ๑๕ คน นัดประชุมหารือเพื่อกำหนดจำนวนคณะกรรมการส่วนที่เพิ่ม แต่ไม่ให้เกิน ๑๕ คน ของส่วนที่เพิ่ม หรือไม่ให้เกิน ๓๐ คนของทั้งหมด กรรมการส่วนที่เพิ่มให้ใช้วิธีการแต่งตั้ง 

                                กรรมการส่วนที่เพิ่ม ให้มาจากมติที่ประชุมคณะกรรมการจำนวนครึ่งหนึ่งของส่วนที่เพิ่ม และให้มาจากการแต่งตั้งของนายกสมาคมจำนวนที่เหลือของส่วนที่เพิ่ม

 

ข้อ ๑๕    การเลือกตั้งคณะกรรมการ ให้เลือกตั้งจากสมาชิกตลอดชีพหรือสมาชิกสามัญในการประชุมใหญ่ของสมาคม โดยสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเป็นผู้เลือกตั้งคณะกรรมการ ๑๕ คน

                                ให้คณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งตามความในวรรคก่อนเลือกผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

.  นายกสมาคม

.  อุปนายก

.  เลขาธิการ

.  เหรัญญิก

.  ตำแหน่งอื่น ๆ ที่เห็นสมควรให้มีเพิ่มขึ้นอีก

 

ข้อ ๑๖    ให้กรรมการอยู่ในตำแหน่งได้คราวละสี่ปี และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งใหม่

 

ข้อ ๑๗  หากกรรมการท่านใดแสดงความจำนงขอลาออก ให้ยื่นความจำนงผ่านการประชุมคณะกรรมการ และคณะกรรมการสามารถมีมติยับยั้งการลาออกของกรรมการท่านนั้นได้ตามความเหมาะสม

 

ข้อ ๑๘    ถ้าตำแหน่งกรรมการใดว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้นายกสมาคมตั้งสมาชิกผู้มีสิทธิเป็นกรรมการขึ้นเป็นกรรมการแทน กรรมการผู้รับตำแหน่งแทนนั้นย่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของกรรมการผู้ที่ตนแทน

 

ข้อ ๑๙   คณะกรรมการมีสิทธิเชิญสมาชิกหรือผู้ทรงคุณวุฒิใด ๆ ที่เห็นสมควรให้เป็นที่ปรึกษาของสมาคม

 

ข้อ ๒๐ นายกสมาคมที่ครบวาระการดำเนินงาน ให้ถือเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการสมาคมตลอดชีพ เริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่คณะกรรมการวาระถัดไป ทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและมีสิทธิเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการผู้บริหารสมาคมได้

 

ข้อ ๒๑    คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งหรือยกเลิกอนุกรรมการคณะเดียวหรือหลายคณะ

ข้อ ๒๒  การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านต่าง ๆ เป็นไปตามมติคณะกรรมการที่เห็นสมควร ในแต่ละคณะอนุกรรมการจะกำหนดให้มีอนุกรรมการจำนวนเท่าใด ขึ้นกับมติที่ประชุมคณะกรรมการ

                                คณะอนุกรรมการแต่ละคณะสรรหามาจาก ๒ ส่วน ได้แก่ แต่งตั้งผ่านมติคณะกรรมการจำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งหมด และแต่งตั้งโดยนายกสมาคมจำนวนที่เหลือของทั้งหมด

 

ข้อ ๒๓    อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้

.  จัดการทรัพย์สินและดูแลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียโดยทั่วไปของสมาคม

.  บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคมทุกประการ ในการนี้ให้

คณะกรรมการมีอำนาจออกระเบียบการและเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือเพิ่มเติมระเบียบการนั้น ๆ ได้เท่าที่ไม่ขัดต่อ

ข้อบังคับนี้

.  ต้อนรับบุคคล คณะบุคคล ผู้แทนสมาคม ผู้แทนองค์การ หรือ ผู้แทนสถาบันใด ๆ ที่มาติด

ต่อกับสมาคม

                    .  แต่งตั้งผู้แทนของสมาคมเพื่อไปประชุม ณ ต่างประเทศ

                             .  พิจารณาคัดเลือกสมาชิกให้ไปศึกษาวิชาหรือกิจการทางสังคมศาสตร์ โดยทุนของสมาคมหรือทุนที่สมาคมจะได้รับมา

. แต่งตั้งผู้แทนของตนเข้าประชุมคณะกรรมการแทนได้ และให้นับเป็นองค์ประชุม

 

ข้อ ๒๔    ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย ๓ เดือนต่อ ๑ ครั้ง

                                นายกเป็นประธานในการประชุม  ถ้านายกไม่อยู่  ให้นายกมอบหมายกรรมการท่านใดท่านหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม

องค์ประชุมคณะกรรมการสมาคม กำหนดให้มีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการขั้นต่ำสุดที่พึงมีได้ตามข้อบังคับสมาคม

จำนวนคณะกรรมการขั้นต่ำสุดที่พึงมีได้ตามข้อบังคับของสมาคม กำหนดให้มีอย่างน้อยเท่ากับ ๑๕ คน ดังนั้น ต้องมีกรรมการร่วมประชุมอย่างน้อย ๘ คนขึ้นไป จึงจะถือเป็นองค์ประชุม

                                วาระใด ๆ ที่เป็นมติของคณะกรรมการสมาคม จะต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการที่ร่วมประชุม ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานหรือผู้ทำหน้าที่แทนประธานในที่ประชุมมีสิทธิลงคะแนนเสียงได้อีก 1 เสียง เป็นเสียงชี้ขาด

 

ข้อ ๒๕ หากกรรมการท่านหนึ่งท่านใดไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้อันเนื่องจากมีเหตุจำเป็น สามารถส่งผู้แทนกรรมการเข้าร่วมประชุมแทน โดยผู้แทนกรรมการที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้น มีสิทธิในการออกเสียงและทำหน้าที่ได้เทียบเท่ากรรมการทุกประการ และให้นับเป็นองค์ประชุม

 

ข้อ ๒๖    วิธีการประชุมของคณะกรรมการสมาคม ให้มีรูปแบบที่หลากหลาย ตามแต่ข้อตกลงของคณะกรรมการ ได้แก่

                                .  การประชุมตามรูปแบบปกติ

                                .  การประชุมด้วยวิธีการสื่อสารทางไกล (Tele Conference)

                                .  การประชุมนอกห้องประชุม อาทิ โทรศัพท์สอบถามความคิดเห็น การใช้อินเทอร์เน็ต      การบันทึกเทป การบันทึกวีดีโอ  การประชุมโดยการเวียนเอกสาร

 

ข้อ ๒๗    กรรมการพ้นตำแหน่ง โดย

.  ถึงคราวออกตามวาระ

.  ตาย

.  ลาออก

.  ขาดจากสมาชิกภาพตามความในข้อ ๑๐ แห่งข้อบังคับนี้

.  ปฏิบัติการขัดต่อข้อบังคับนี้ หรือประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียในทางการงานของสมาคม

อย่างใด ๆ ซึ่งที่ประชุมใหญ่ลงมติให้พ้นจากกรรมการโดยมติ ๒ ใน ๓ ของสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่มาประชุม

 

หมวด ๔

การประชุมของสมาคม

 

ข้อ ๒๘    การประชุมใหญ่ของสมาคม ให้มีปีละ ๑ ครั้ง เรียกว่าการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีระเบียบวาระการประชุมดังต่อไปนี้

ก.       คณะกรรมการแถลงกิจการของสมาคมที่ดำเนินการมาในรอบปีที่แล้ว

ข.       พิจารณางบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว

ค.       เลือกตั้งผู้สอบบัญชี ในรอบงบดุลปีถัดไป

ง.        เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

 

ข้อ ๒๙    การประชุมใหญ่วิสามัญของสมาคมให้มีได้ เมื่อคณะกรรมการโดยคะแนนเสียงมากกว่าครึ่งหนึ่งร้องขอ หรือเมื่อสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงรวมกันไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด ยื่นคำร้องขอต่อสมาคมเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งข้อเสนอและเรื่องที่จะขอให้มีการประชุมกัน

                                ในการเรียกประชุมใหญ่ทุกครั้ง ต้องแจ้งไปยังสมาชิกล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หรือลงพิมพ์โฆษณาอย่างน้อย ๒ ครั้ง ในหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลายในท้องที่ก่อนวันนัดประชุม พร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวกับระเบียบวาระการประชุม

 

ข้อ ๓๐    ให้นายกหรือกรรมการท่านใดท่านหนึ่งที่นายกมอบหมายเป็นประธานของที่ประชุมใหญ่ และให้อุปนายกเป็นรองประธานของที่ประชุมใหญ่ และให้เลขาธิการทำหน้าที่เลขานุการของที่ประชุมใหญ่ด้วย

                                การประชุมใหญ่ของสมาคมต้องมีสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงมาประชุมไม่น้อยกว่าสามสิบคน จึงจะเป็นองค์ประชุม

                                ถ้าสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ให้มีการประชุมใหญ่ครั้งที่สองภายหลังวันนัดประชุมครั้งแรกไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน แต่ไม่เกินสามสิบวัน ในการประชุมครั้งที่สองนี้ ไม่ว่าสมาชิกจะประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมได้

                                มติของที่ประชุมใหญ่ ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานหรือผู้ทำหน้าที่แทนประธานในที่ประชุม มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้อีก 1 เสียงเป็นเสียงชี้ขาด

 

ข้อ ๓๑    การประชุมทางวิชาการ การประชุมฟังปาฐกถา หรือการประชุมต้อนรับแขกของสมาคม ให้มีขึ้นได้ตามโอกาสอันควร ในการประชุมตามข้อนี้ อาจให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมได้

 

หมวด ๕

สาขาของสมาคมและสมาคมสมทบ

 

ข้อ ๓๒ สมาคมนี้อาจตั้งสาขาของสมาคมขึ้นตามจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยได้

                                วิธีการรับสมาชิก จำนวนกรรมการของสาขาสมาคมหรือการดำเนินงานรวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ของสาขาสมาคมให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดขึ้นภายในขอบเขตแห่งข้อบังคับนี้

 

ข้อ ๓๓    สาขาสมาคมมีหน้าที่เป็นตัวแทนของสมาคม ในการส่งเสริมวัตถุประสงค์ของสมาคมภายในท้องถิ่นหรือภายในขอบเขตการงานของสาขานั้น ๆ โดยวิธีการต่าง ๆ เช่น หาสมาชิกเพิ่ม มีการประชุมโดยเปิดเผย มีการบรรยายและการอภิปราย และการปฏิบัติอื่น ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสมาคม

 

ข้อ ๓๔    สมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับสังคมศาสตร์สาขาใด ๆ อาจได้รับอนุมัติให้เป็นสมาคมสมทบกับสมาคมนี้ได้ ถ้ามีความประสงค์จะขอเป็นสมาคมสมทบ แต่สิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ของสมาคมสมทบให้เป็นไปตามที่จะตกลงกับคณะกรรมการเป็นราย ๆ ไปตามระเบียบที่กำหนดขึ้น

 

หมวด ๖

การเงิน

 

ข้อ ๓๕    สมาคมอาจมีรายได้เพื่อการดำเนินงานของสมาคมดังต่อไปนี้

ก.       เงินค่าบำรุงต่าง ๆ ตามข้อ ๗ แห่งข้อบังคับนี้

ข.       เงินที่ได้รับจากสมาชิกอุปการะตามความในข้อ ๕ ( ) แห่งข้อบังคับนี้

ค.       เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่เกิดจากทรัพย์สินอันได้รับบริจาคโดยผู้มรณภาพได้ยกมรดกให้หรือโดยกองมรดกมอบให้แก่สมาคม เพื่อเป็นทุนหรือกองทุนอุปการะโดยอนุสรณ์

ง.        เงินอุดหนุนจากรัฐบาล  จากองค์การสาธารณะ หรือจากเอกชนทั่วไป

จ.       เงินที่ได้จากทรัพย์สินและกิจการของสมาคม

ฉ.       เงินรายได้อื่น ๆ

 

ข้อ ๓๖    เหรัญญิกมีหน้าที่ดูแลรักษาเงินของสมาคมให้อยู่ในสภาพอันปลอดภัย และมีสมุดบัญชีและหลักฐานแห่งการเก็บรักษาเงินไว้โดยครบถ้วน

                                เหรัญญิกมีหน้าที่รายงานฐานะการเงินของสมาคมต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อมีกรรมการท่านใดท่านหนึ่งร้องขอ

 

ข้อ ๓๗    คณะกรรมการเป็นผู้อนุมัติการจ่ายเงิน หรือมอบอำนาจให้เหรัญญิกอนุมัติการจ่ายเงิน และให้เหรัญญิกเป็นผู้สั่งจ่ายตามระเบียบและวิธีการจ่ายเงินที่คณะกรรมการกำหนดขึ้น

 

หมวด ๗

การแก้ไขข้อบังคับ

 

ข้อ ๓๘    การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อบังคับนี้ ทำได้โดยมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญก็ตาม และต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง มากกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่มาประชุม

                                ที่ประชุมใหญ่จะประชุมและลงมติในการนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๕๐ คน หรือคณะกรรมการของสมาคมเป็นผู้เสนอ โดยให้เสนอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่นั้นไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน และให้เลขาธิการนำหนังสือดังกล่าวเข้าที่ประชุมกรรมการเพื่อพิจารณาลงมติ

                                หากกรรมการมีมติเห็นชอบให้เรียกประชุมใหญ่ ให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการสั่งสำเนาข้อเสนอนั้นไปให้สมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่อยู่ในประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่นั้น

 

หมวด ๘

การเลิกสมาคม

 

ข้อ ๓๘    การเลิกสมาคม ทำได้ต่อเมื่อที่ประชุมใหญ่ไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญก็ตาม มีมติด้วยคะแนนเสียงสองในสามของสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด และในมตินั้นให้ระบุถึงการจัดการกับทรัพย์สินดังกล่าวในข้อ ๓๙ ด้วย

ข้อ ๓๙    การชำระบัญชีเมื่อเลิกสมาคมนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อชำระบัญชีแล้ว หากยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่ ให้ตกเป็นสมบัติของหน่วยงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณกุศล แล้วแต่มติของที่ประชุมใหญ่ในการเลิกสมาคมนั้น

 

 

--------------------------------------------------

 

 

รับรองข้อบังคับถูกต้อง ………………………………………………..

                (ศ.ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์)

                                นายกสมาคม

                                                      ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๙